หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท Podcast
หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท Podcast
Buddhayanando
พระพุทธยานันทภิกขุ หรือหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ชื่อเดิม ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์ ชื่อฉายาภิกษุ พระมหาดิเรก พุทธยานันโท นามปากกา พุทธยานันทภิกขุ, เทวานันทะ, พระมาลัย, Deva Nanda เกิดวันที่ 18 กันยายน 2494 เป็นชาวปากปาน ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดศรีเกษมปากปาน เมื่ออายุ 16 ปี  ปี 2514 เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่พัทธสีมาวัดประยุรวงศาวาส และเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยสงฆ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุฯ สาขาวิชาครุศาสตร์  ปี 2519 พบกัลยาณมิตรคือ อาจารย์โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ) ได้รับฟังเรื่องราวของหลวงพ่อเทียนจากท่านอาจารย์โกวิทย์ ปี 2520 ในที่สุดได้ไปพบหลวงพ่อเทียนที่วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี จึงได้เริ่มศึกษาวิธีปฏิบัติแนวเคลื่อนไหวตั้งแต่นั้นมา พ.ศ. 2529 จำพรรษากับหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ที่วัดสนามใน ตำบลวัดชะลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ได้เข้าเก็บอารมณ์เข้มกับหลวงพ่อเทียนหนึ่งเดือนได้ปฏิบัติตามวิธีเคลื่อนไหวจนเข้าใจแจ่มแจ้ง จากนั้นท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจและสติปัญญาออกมาช่วยเผยแพร่การปฏิบัติแบบเคลื่อนไหวทั้งในประเทศและต่างประเทศจวบจนละสังขาร รวมระยะเวลาเผยแผ่ในต่างประเทศเป็นเวลา 20 ปี หลวงพ่อท่านละสังขารอย่างสงบ ณ มหาสติภาวนาวิหาร วัดพระธาตุแสงเทียน บ้านปากปาน หมู่ที่ 7 ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 รวมศิริอายุ 66 ปี ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว@บ้านเพียงเพื่อรู้ http://www.youtube.com/@บ้านเพียงเพื่อรู้
ความรู้สึกตัว เป็นกุญแจดอกเอก ตอนที่ 3
ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
Dec 7, 2025
22 min
ที่นี่ไม่วุ่นวาย
ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว  หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท (เขาชะเมาวิมุติ 2556)
Dec 5, 2025
47 min
ความรู้สึกตัวเป็นกุญแจดอกเอก ตอนที่ 2
ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
Dec 4, 2025
30 min
ความรู้สึกตัวเป็นกุญแจดอกเอก ตอนที่ 1
ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
Dec 3, 2025
45 min
ได้อารมณ์คืออย่างไร
ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว  หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท (ชุดสติเพื่อสุขภาพ 2557)
Dec 2, 2025
42 min
ทำสมถะเข้าใจว่าเป็นวิปัสสนา
ถ้ายังเป็นรูปนาม นามรูปหรือเป็นรูปล้วนๆ เป็นนิมิตของสมถะ นี่คือความยากของมัน ถ้าครูบาอาจารย์สอนแล้วเราเอาไปคิดตามถูกไหม? ถูกแต่เป็นสัญญา เป็นความจำของเราเอง เดี๋ยวมันก็ลืมใช่ไหม  แต่ถ้าเราไปทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนจุดหนึงมันเกิดเห็นอาการ ความรู้สึกกับหนักนี่แยกออกจากกัน เห็นหนักเป็นอย่างนี้ความรู้สึกเป็นอย่างนี้เห็นชัดขึ้นมาด้วยตัวเองนะแล้วมันก็ไม่ลืมเลยจำตลอด ตรงนั้นเป็นปัญญา วิปัสสนาเกิดแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาไปทำไม่ต้องไปดูตัวรูปธาตุนี้นะ เพราะตัวรูปธาตุไม่มีความหมายอะไร มันมีความหมายตรงที่มันมีนามใช่ไหม ที่เรารู้สึกหนัก เบา ใครบอก กายบอกหรือใจบอก? ใจบอกใช่ไหม? เพราะฉะนั้นก็ต้องดูที่ความรู้สึกหนักเบาไม่ใช่ไปดูกาย แต่ในกายมีความรู้สึกหนักเบาเรียกว่ารูปนาม เพราะฉะนั้นปฏิบัติวิปัสสนาถึงเริ่มต้นที่รูปนาม ไปเริ่มต้นที่รูปอย่างเดียวก็ไม่ได้ ไปเริ่มที่นามอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องดูที่รูปนามเพราะมันเกี่ยวข้องกัน แต่เราต้องอาศัยมันเป็นสะพานเพื่อก้าวไปสู่วิปัสสนา กายนี้เป็นสังขารโดยธรรมชาติเพราะมันมีเวทนาอยู่ตลอด มันรู้สึกเฉยๆไม่ได้ มันมีเย็นร้อนอ่อนแข็งแฝงอยู่ แต่จิตรู้สึกเฉยๆได้ เพราะในช่วงที่มันไม่คิดก็มี ไปดูตัวนี้ ไปแยกตัวรู้สึกเฉยๆออกมา เพราะฉะนั้นรู้สึกเฉยๆมีได้แต่จิต จิตของเรามันเป็นวิสังขารหมายความว่ามันสามารถแยกออกได้ว่าคิดกับไม่คิดก็อันหนึง   ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว  หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท (ชุดสติเพื่อสุขภาพ 2557)
Dec 1, 2025
42 min
ทวนกระแสจิตคือการผจญมาร
การเปลี่ยนแปลงหรืออนิจจังนำมาซึ่งทุกขัง  ทุกข์มันตั้งอยู่อย่างนั้นตลอดไหม? ไม่  มันเกิดอย่างนั้นตลอดไหม? ไม่ ก็แสดงว่าทุกข์ก็เปลี่ยนเหมือนกันทุกข์ก็เปลี่ยนไป การที่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ไม่ได้เพราะมันไม่มีอะไร? เพราะมันไม่มีตัวตนที่แท้จริง มันประกอบกันขึ้นเมื่อเหตุปัจจัยมันเปลี่ยนไปตัวทุกข์มันก็เปลี่ยนไป แสดงว่าถ้ามันมีตัวตนที่แท้จริงมันก็ต้องไม่เปลี่ยนสิ แต่นี่มันไม่มีตัวตนที่แท้จริงสิมันถึงเปลี่ยน ตรงนี้ทุกขังมันก็เปลี่ยนเป็นอนัตตา หมายความว่าถ้ามันมีเหตุปัจจัยให้มันเกิดมันก็เกิด ไม่มีเหตุปัจจัยให้มันเกิดมันก็ไม่เกิด แต่อยากจะให้มันเกิดตามที่เราต้องการได้ไหม? ไม่ได้  เพราะอะไร? เพราะมันไม่มีเหตุ   ถ้าไม่มีวัตถุ มันคิดได้ไหม ไม่มีรูปนี่เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มันมีได้ไหม ไม่มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเกิดจากอะไรล่ะ? มันไม่มีที่เกิดแล้ว    นามรูปมันทุกข์เพราะอะไร? เพราะมันมีรูปเข้าไปเกิดในนาม (รูปที่เกิดจากจินตนาการ เวลาคิดถึงใครก็เห็นหน้าคนนั้นในใจ คิดถึงสิ่งใดก็มีรูปของสิ่งนั้นๆปรากฏในใจ) อย่าลืมว่ารูปมันไปอยู่ที่ไหนมันต้องเป็นไปตามกฏของมัน กฏของมันคืออะไร? ไตรลักษณ์  แต่นามล้วนๆที่ไม่มีรูปเลยไตรลักษณ์เข้าถึงไหม? ไม่ถึง แล้วนามนั้นจะเปลี่ยนไปตามกฏของไตรลักษณ์ไหม? ไม่เปลี่ยนเพราะมันเป็นนาม  พระพุทธองค์มาพิจารณาเห็นอย่างนี้ ว่าถ้าอย่างนั้นต้องเอาจิตไปไว้กับนามอย่าเอาจิตมาไว้กับรูปสิ เพราะถ้าเอาจิตไปไว้กับรูปมันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกฏของไตรลักษณ์ใช่ไหม แต่พอเอาจิตมาไว้กับนามจิตนี้ไม่เปลี่ยนแปลง นี่คือความจริงที่พระองค์ทรงตรัสรู้ เอาจิตมาไว้กับนามแต่นามเราเข้มแข็งพอหรือยังที่จิตจะอยู่ด้วย ตรงนี้การฝึกฝนจึงเกิดขึ้น การทวนกระแสจึงเกิดขึ้น เราต้องทวนกระแสจิตไม่ให้มันไหลไปในรูปแต่ให้มันไหลไปกับนาม   ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว  หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท (ชุดสติรักษาใจ 2556)
Nov 30, 2025
54 min
จริงจังตั้งใจ
ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท (2555)
Nov 29, 2025
55 min
ความรู้สึกตัวเป็นกุญแจดอกเอก ตอนที่ 14
ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
Nov 27, 2025
54 min
ลำดับการเข้าถึงธรรม
ลำเลียงสติเข้าสู่จิตแนวเคลื่อนไหว หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท (2559)
Nov 26, 2025
26 min
Load more