
อาหารอุตสาหกรรมคืออะไร• อาหารอุตสาหกรรมคือ อาหารที่ผลิตเป็นจำนวนมากในแต่ละครั้ง โดยแต่ละกล่องหรือห่อหรือกระป๋องมีความใกล้เคียงกันทั้งกายภาพและคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งรวมถึงทั้งรสชาติและปริมาณ ส่วนใหญ่นั้นอาหารอุตสาหกรรมเก็บได้นานในช่วงเวลาหนึ่งและที่ช่วงอุณหภูมิที่กำหนดไว้ ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ทำให้ได้อาหารตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ผู้ผลิตจำต้องอาศัยเทคโนโลยีทางอาหารที่มีการเลือกใช้สารเจือปนในอาหารที่เหมาะสมในการทำให้อาหารอยู่ในสภาพที่เมื่อผู้บริโภคเห็นด้วยตาและสัมผัสด้วยลิ้นแล้วถูกใจ อาหารอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ต้องใช้สารเจือปนในอาหารมากกว่า 1 ชนิด ซึ่งยากที่ผู้บริโภคจะรู้จักเพราะมักระบุเป็นระหัส INS ของ JECFA (Joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives) หรือ E ตามที่ทางสหภาพยุโรปกำหนด อย่างไรก็ดีราวร้อยละ 99 ทั้งสองระบบใช้เลขระหัสเดียวกันสารเจือปนในอาหารอะไรที่มีข้อมูลการศึกษาว่า มีแนวโน้มในการปรับระบบภูมิต้านทาน• BHA (E320) ชื่อเต็มคือ butylated hydroxyanisole เป็นสารต้านการหืนของไขมันซึ่งภาษาอังกฤษใช้คำว่า antioxidant (ความจริงน่าจะใช้คำว่า anti-rancidity) ประโยชน์ของสารประเภทนี้ในอาหารอุตสาหกรรมคือ ป้องกันการเปลี่ยนสภาพของของกรดไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งโดยธรรมชาติแล้วกรดไขมันไม่อิ่มตัวสามารถถูกออกซิไดส์ตรงตำแหน่งที่เป็นพันธะคู่ระหว่างอะตอมคาร์บอนในโมเลกุลไขมันให้แตกหัก ได้สารที่ก่อให้เกิดกลิ่นหืนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารกลุ่มอัลดีไฮด์ (aldehyde) ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กจึงระเหยได้o มีนักวิจัยระดับปรมาจารย์ที่ศึกษาเกี่ยวกับสารต้านมะเร็งในอาหารคือ Dr. Lee Wattenberg จาก University of Minnesota เคยทำงานวิจัยที่พบว่า BHA สามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองที่ได้รับสารก่อมะเร็งกลุ่ม PAH ได้กล่าวยกย่องให้เป็นสารเจือปนในอาหารที่มีศักยภาพสูงในการต้านการเกิดมะเร็ง อย่างไรก็ดีในอีกแง่หนึ่งเมื่อมีการศึกษาถึงผลของ BHA ต่อระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์ที่ได้จากสัตว์ทดลองซึ่งตีพิมพ์เป็นบทความวิจัยเรื่อง Inhibitory Effect of an Anti-oxidant, Butylated Hydroxyanisole, on the Primary in Vitro Immune Response ในวารสาร Proceedings of The Society for Experimental Biology and Medicine ของปี 1977 แล้วปรากฏว่า BHA นั้นมีผลยับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันทั้ง B-cells และ T-cells อย่างไรก็ดีมีงานวิจัยที่ตามมาหลายชิ้นที่ศึกษาในสัตว์ทดลองพบประมาณว่า BHA นั้นสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันได้ในปริมาณต่ำ แต่กลับยับยั้งระบบภูมิคุ้มกันที่ปริมาณสูง ซึ่งเป็นไปในลักษณะเดียวกับสารต้านออกซิเดชั่นอื่น เช่น เบต้าแคโรทีน• tartrazine (E102 สีเหลือง) และ Amaranth (E123 สีแดง) ทั้งสองเป็นสีสังเคราะห์ที่มีการอนุญาตให้ใช้ในอาหารอุตสาหกรรมทั่วไป รวมทั้งอาหารที่ผลิตจากอุตสาหกรรมครัวเรือน ซึ่งประเภทหลังค่อนข้างน่ากังวลในปริมาณที่มีการใช้o นักวิจัยกรีกกลุ่มหนึ่งได้เผยแพร่ผลงานวิจัยเรื่อง Immunological studies on Amaranth, Sunset Yellow and Curcumin as food colouring agents in albino rats ในวารสาร Food and Chemical Toxicology ของปี 2010 ที่แสดงให้เห็นว่าสี tartrazine (E102) และ Amaranth (E123) ยับยั้งระบบภูมิต้านทานโดยศึกษาในเม็ดเลือดขาวของคน (Human peripheral blood lymphocytes) ในหลอดทดลองฟังรายละเอียดต่อใน คิดก่อนเชื่อ
Oct 5, 2021
18 min

หน้ากากอนามัยแบ่งได้เป็นกี่ชนิด• ข้อมูลจาก อย.กล่าวว่า หน้ากากอนามัยแบ่งได้เป็น 2 ชนิดo หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Medical mask) มีส่วนประกอบของคาร์บอน หรือที่มีวาล์วปิด หน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือหน้ากากอนามัยชนิดใช้ครั้งเดียว ที่มีวัตถุประสงค์การใช้ทางการแพทย์ เช่น กรองหรือฆ่าเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย เฉพาะ Surgical mask เป็นต้น เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ต้องได้รับการอนุญาติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการผลิตและนำเข้าo หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง (Disposable dust mask) หรือมีส่วนประกอบของคาร์บอน หรือที่มีชนิดวาล์วปิด หน้กากชนิด N95 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันฝุ่นละออง, เกสรดอกไม้, หมอกควัน, หน้ากากใช้ในอุตสาหกรรม (Disposable mask for industry) หน้ากากใช้สวมป้องกันความร้อนและเปลวไฟขณะเกิดเพลิงไหม้ (Firefighter Mask) ไม่เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ไม่ต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการผลิตและนำเข้าคำว่า medical mask, surgical mask และ procedure mask มีความหมายเหมือนกันหรือไม่• คำจำกัดความของ WHO ในบทความเรื่อง Advice on the use of masks in the community, during home care and in health care settings in the context of the novel coronavirus (2019-nCoV) outbreak เมื่อ 29 มกราคม 2020 กล่าวว่า มีความหมายเดียวกัน ตามสถานพยาบาลนั้น ในทางสากลแล้วควรใช้หน้ากากแบบใด• หน้ากากมาตรฐานสำหรับใช้ในสถานพยาบาลคือ หน้ากาก N95 ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้สวมใส่โดยการกรองอนุภาคในอากาศขนาด 0.3 ไมโครเมตร (µm) และใหญ่ได้กว่าร้อย 95 แต่หน้ากากชนิดนี้บางครั้งขาดตลาดหรือมีราคาดูแพง จึงเกิดคำถามว่า ประชาชนควรใส่หน้ากากอนามัย (ตามความหมายที่ อย. กำหนด) หรือหน้ากากผ้าได้หรือไม่? o SARS-CoV-2 มีขนาดแต่ละ particle ที่ 0.05-0.14 ไมโครเมตร (หรือ 50-140 นาโนเมตร) ซึ่งเล็กกว่ารูของ N95 อย่างไรก็ดี เท่าที่รู้กันนั้นไวรัสต้องอยู่กับฝอยน้ำลายเสมอ ไม่ได้อยู่เดี่ยวo ขนาดของฝอยน้ำลายเดี่ยว ๆ ที่ไอออกมาอยู่ที่ 5-10 ไมโครเมตร ซึ่งใหญ่กว่ารูของ N95o ดังนั้นหน้ากากที่มีขนาดรูบนวัสดุที่ใช้ผลิตเล็กกว่า 5 ไมโครเมตร เช่น 0.3 ไมโครเมตร ป้องกันฝอยน้ำลายได้ฟังต่อใน คิดก่อนเชื่อ
Oct 4, 2021
21 min

บทความเรื่อง India’s DNA Covid Vaccine Is A First — More Are Coming ในวารสาร Nature เมื่อ 9 กันยายน 2021 ให้ข้อมูลว่า วันที่ 23 สิงหาคม 2021 กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียได้อนุมัติการใช้ฉุกเฉินแก่วัคซีนสู้โรคโควิด-19 ชื่อ ไซคอฟ-ดี (ZyCoV-D) ซึ่งผลิตโดยบริษัท ไซดัสคาดิลา (Zydus Cadila) ในอินเดียแก่ผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป• ไซคอฟ-ดี ถือเป็นวัคซีนต้านเชื้อโควิด-19 ที่พัฒนาโดยใช้พลาสมิดดีเอ็นเอ (Plasmid DNA) จึงจัดเป็นวัคซีนดีเอ็นเอ (DNA based vaccine) ลำดับแรกของโลกในการสู้กับ SARS-CoV-2 โดยมีประสิทธิภาพต้านไวรัสกลายพันธุ์โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้าถึงร้อยละ 66.6• ข้อบ่งใช้บนฉลากวัคซีนคือ ต้องฉีด 3 โดส ห่างกันประมาณ 28 วันต่อโดส ซึ่งผลจากการทดลองระยะ 3 ในอาสาสมัครจำนวน 28,000 คน และในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 12-18 ปี อยู่ 1,000 คน พบว่า ปลอดภัยดีวัคซีนดีเอ็นเอคือ อะไร• หลักการผลิตและการทำงานวัคซีนดีเอ็นเอ คือ o สร้างสารพันธุกรรมที่เป็นดีเอ็นเอ 2 สายพันกัน โดยสายหนึ่งเมื่อถูกถอดระหัส (transcription) ภายในเซลล์มนุษย์แล้วจะได้ m-RNA ที่สามารถถูกแปลระหัส (translation) ไปเป็นหนามโปรตีนของ SARS-CoV-2 ที่ได้ไปเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายรู้จักเชื้อโรคและสร้างภูมิคุ้มกันใหักับร่างกายจากโรคโควิด-19 ซึ่งก็ไม่ต่างจากวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ หรือวัคซีนไวรัลเวกเตอร์ สำหรับดีเอ็นเออีกสายหนึ่งทำหน้าที่เป็นสายประคอง (complementary strand) เพื่อช่วยเพิ่มความเสถียรให้ดีเอ็นเอที่ถูกถอดระหัสได้หนามโปรตีนo นำดีเอ็นเอสายคู่ที่สังเคราะห์ได้ถูกตัดต่อเข้าสู่การเป็นพลาสมิด (plasmid) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอสายคู่ที่มีสภาพเป็นวงกลมเป็นหลัก เพื่อนำส่งเข้าสู่ภายในเซลล์ของแบคทีเรียเจ้าบ้านที่แบ่งเซลล์ได้เร็วจุดเด่นวัคซีนดีเอ็นเอ ได้แก่อะไรบ้าง• สามารถกำหนด epitome ของตำแหน่งกระตุ้นแอนติบอดีให้เปลี่ยนได้ตามการกลายพันธุ์ของเชื้อโรค• ผลิตได้ในปริมาณมาก เร็วและถูก เพราะอาศัยการเพิ่มจำนวนของพลาสมิดไปตามการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียที่เป็นเจ้าบ้านในลักษณะการหมักเชื้อ (fermentation)• ในกรณีของ ไซคอฟ-ดี สามารถเก็บได้ที่อุณหภูมิตู้เย็น 2-8 องศาเซลเซียสได้เป็นปี และเก็บที่อุณหภูมิห้อง 25 องศาเซลเซียสได้นานถึงสามเดือน• การฉีดวัคซีนไปชั้นใต้ผิวหนังคือ หนังแท้ที่มีเซลล์เม็ดเลือดขาวจำนวนมากในระบบภูมิคุ้มกันที่ช่วยกระตุ้นให้ B cell หรือ T cell ให้ถูกพัฒนาตามลำดับไปทำหน้าที่สร้างแอนติบอดี หรือกลายเป็นเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 และ CD8 ที่พร้อมสู้กับไวรัส ตลอดถึงการสร้างเซลล์จดจำ (memory cells) นั่นคือชั้นหนังแท้นั้นปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวมากกว่าในชั้นกล้ามเนื้อ• ข้อดีมาก ๆ คือ วัคซีนดีเอ็นเอเป็นวัคซีนที่ฉีดได้ด้วยอุปกรณ์ที่ใช้แรงดันสูง ไม่ต้องใช้เข็มเพื่อส่งวัคซีนให้ซึมเข้าทางผิวหนังซึ่งเป็นใช้ขนาดของวัคซีนเพียง 1 ใน 10 ของขนาดที่มักฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เป็นการลดความวิตกกังวลให้กับผู้ที่มีความกลัวต่อเข็มฉีดยาและกลัวผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน
Oct 1, 2021
16 min

งานวิจัยนี้ทำการศึกษาในบังคลาเทศและตีพิมพ์ผลงานเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2021 เรื่อง The Impact of Community Masking on COVID-19: A Cluster-Randomized Trial in Bangladesh ในเว็บ www.poverty-action.org ซึ่งเป็นเว็บทางการขององค์กรเอกชนในสหรัฐอเมริกาชื่อ Innovation for Poverty Action หรือ IPAo น่าเสียดายที่ผลงานนี้ยังไม่ได้ตีพิมพ์ในวารสารที่มี peer review o IPA ทำงานด้านการวิจัยแก้ปัญหาเกี่ยวกับความยากจนที่เกิดขึ้นใน 51 ประเทศทั่วโลก โดยได้ทุนจากหลายแหล่งเช่น Bill & Melinda Gates Foundation, Hewlett Foundation, Ford Foundation, World Bank, USAID เป็นต้น กระบวนการศึกษานั้นน่าสนใจอย่างไร• การศึกษานี้เป็นแบบการสุ่มตัวอย่างที่ใช้อาสาสมัครเกือบ 350,000 คน ในชนบทของบังกลาเทศ ซึ่งได้ผลการศึกษาว่า หน้ากากผ่าตัด (ไม่รวมถึงหน้ากากผ้า) ลดการแพร่เชื้อ SARS-CoV-2 อย่างมีนัยสำคัญในหมู่บ้านที่ทีมวิจัยแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและส่งเสริมการใช้ o การทดลองนี้นำไปสู่บทสรุปว่า ควรสิ้นสุดการถกเถียงในการสวมหรือไม่สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคและก้าวไปอีกขั้นในการกำหนดความเข้มงวดในการใช้หน้ากากอนามัยโดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ฟังรายละเอียดใน คิดก่อนเชื่อ
Sep 21, 2021
18 min

โฆษณาขายคอลลาเจนจริง ๆ ควรซื้อมากินหรือไม่• ในบทความเรื่อง Do Collagen Supplements Work? ในเว็บ www.healthline.com ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปี 2020 ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคอลลาเจนที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่า การกินคอลลาเจนจากแหล่งภายนอกร่างกาย ทำให้เราได้กรดอะมิโนในลักษณะเดียวกับที่กินโปรตีนแหล่งอื่น สิ่งที่พิเศษหน่อยคือ เมื่อกินคอลลาเจนแล้วจะได้ hydroxyproline และ hydroxylysine ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ลืมคิดว่า กินแล้วกรดอะมิโนทั้งสองไปไหนo กรดอะมิโนต่าง ๆ (ยกเว้น hydroxyproline และ hydroxylysine) ที่ได้จากการย่อยคอลลาเจนนั้น ร่างกายนำไปสร้างเป็นโปรตีนตามที่แต่ละอวัยวะต้องการ โดยไม่มีการระบุว่า กรดอะมิโนจากคอลลาเจนต้องถูกนำไปสร้างเป็นคอลลาเจนo จากการสืบค้นข้อมูลปรากฏว่า ไม่พบว่ามีงานวิจัยใดที่แสดงหลักฐานว่า hydroxyproline และ hydroxylysine จากคอลลาเจนถูกนำไปใช้ในการสร้างคอลลาเจนใหม่ (ซึ่งถ้าต้องการพิสูจน์จำต้องใช้กรดอะมิโนที่ถูกสังเคราะห์ให้มีกัมมันตภาพรังสีเพื่อใช้ในการติดตามได้ว่า เข้าไปอยู่ในคอลลาเจนที่สร้างใหม่หรือไม่) เพราะตามทฤษฎีแล้วหลังการสร้างโปรคอลลาเจนแล้วจึงมีปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่เรียกว่า hydroxylation แก่กรดอะมิโน proline และกรดอะมิโน lysine ไม่ใช่เอากรดอะมิโนที่ถูกไฮดรอกซิเลชั่นมาก่อนแล้วไปสร้างเป็นโปรตีนโดยตรงถาม การดูดซึมคอลลาเจนที่ได้จากกระป๋อง โดยเฉพาะคอลลาเจนไทป์ทู (type 2 collagen) และคอลลาเจนที่ถูกย่อยแล้วบางส่วน (hydrolyzed collagen) มีการกล่าวถึงเป็นงานวิจัยหรือไม่• จริงแล้ว มีงานวิจัยที่กล่าวถึงการดูดซึมคอลลาเจนนั้น มักเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการดูดซึมหลังการถูกย่อยไปเป็นกรดอะมิโนอิสระแล้ว เพราะในงานวิจัยนั้นเป็นการตรวจวัดการเพิ่มขึ้นของกรดอะมิโนหลายชนิดในเลือดหลังกินคอลลาเจนเข้าไป ไม่ได้วัดว่ามีคอลลาเจนในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างไร ตัวอย่างเช่นบทความเรื่อง Plasma Amino Acid Concentrations After the Ingestion of Dairy and Collagen Proteins, in Healthy Active Males ในวารสาร Frontiers in Nutrition ของปี 2019 และบทความเรื่อง Enzymatic Hydrolysis of a Collagen Hydrolysate Enhances Postprandial Absorption Rate ในวารสาร Nutrients ของปี 2019.ฟังต่อใน คิดก่อนเชื่อ
Sep 20, 2021
17 min

วัคซีนต่างประเภทกัน (เชื้อตาย ไวรัลเวกเตอร์ โปรตีนซับยูนิต เอ็ม-อาร์เอ็นเอ) มีผลต่อระดับหรือประเภทของภูมิคุ้มกันหรือไม่• แพทย์ผู้หนึ่งให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ทางหนังสือพิมพ์ว่า ระบบภูมิคุ้มกันในตัวเรา จะมีเซลล์ 2 กลุ่ม คือ เม็ดเลือดขาว บีเซลล์ และทีเซลล์ o “บีเซลล์”จะจัดการเชื้อต่างๆ โดยการสร้างแอนติบอดีออกมาคอยจับเชื้อทำให้เชื้อไม่สามารถเข้าไปก่อเรื่องในเซลล์ทำให้เซลล์ไม่ติดเชื้อ โดยวัคซีน mRNA และเชื้อตายจะทำงานตรงส่วนนี้ได้ดี o ขณะที่ “ทีเซลล์” หน้าที่ คือ เมื่อไหร่มีการติดเชื้อ ทีเซลล์จะไปกำจัดการติดเชื้อ วัคซีนที่ทำให้ทีเซลล์ทำหน้าที่ได้ดี คือ วัคซีนไวรัลเวคเตอร์ (เช่น Ad5-N ซึ่งเป็น adenovirus ซึ่งกระตุ้นให้มีการสร้างโปรตีนเปลือกหรือ viral capsid ของ SARS-CoV-2) ทำให้เซลล์ทำงานได้ดีo อย่างน้อยในขณะนี้มี 4 โรงเรียนแพทย์กำลังทำการศึกษาวัคซีนไขว้กันหลายคู่ เพราะหากไม่มีงานวิจัยรองรับการสลับวัคซีนก็ไม่เป็นระบบ ซึ่งหากผลออกมาคล้ายคลึงกับในต่างประเทศ นโยบายการฉีดวัคซีนไขว้น่าจะเป็นที่ยอมรับ (ประเด็นสำคัญคือ ถ้าผลออกมาดีจะสามารถอธิบายกระบวนการได้หรือไม่ เป็นอีกประเด็นหนึ่ง)o การฉีดเข็ม 3 ในทางทฤษฎี น่าจะเป็นกลุ่มกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน “ทีเซลล์” แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้จีนกำลังศึกษาว่า เข็ม 3 ที่เป็นเชื้อตายจะได้ผลหรือไม่ ทั้งหมดนี้ WHO ยังไม่ได้บอกว่ามีความจำเป็นในเข็ม 3 หรือไม่ อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละประเทศในการบริหารจัดการ เพราะการบริหารจัดการไม่ใช่แค่ฉีดแต่อยู่ที่ว่ามีวัคซีนหรือไม่ และมีการเก็บข้อมูลเพื่อจะได้รู้ว่ามีประโยชน์มากน้อยแค่ไหนฟังต่อใน คิดก่อนเชื่อ
Sep 17, 2021
18 min

มีข่าวในช่วงการระบาดของโควิด 19 ใหม่ ๆ ว่าฉีดวัคซีนไวรัลเว็คเตอร์ตามผู้ผลิตแนะนำก็สามารถป้องกันโรคได้ นั่นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับสายพันธุ์อัลฟ่า แต่กับเดลต้าไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ซึ่งงานวิจัยต่างประเทศก็ออกมาพูดเรื่องนี้กันเยอะว่า ฉีดเท่าเดิมไม่เพียงพแล้วอต้องฉีดเพิ่ม ที่สำคัญคือ เมื่อเวลาผ่านไปภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนจะลดลง หากไม่กระตุ้นให้ทันก่อนที่จะลดต่ำมาถึงจุดที่ไม่สามารถลดความรุนแรงของโรคได้ก็จะเกิดอันตรายได้ เรื่องนี้จริงหรือไม่• เป็นที่ทราบกันว่า ระดับแอนติบอดีที่เพิ่มขึ้นนั้นเมื่อไม่ถูกใช้งานก็จะลดลงแน่นอน ดังนั้นถ้าจะให้แอนติบอดีเพิ่มขึ้นอีกก็ต้องมีการติดเชื้อหรือมีการกระตุ้นด้วยวัคซีนเข็ม 2 ข้อมูลเหล่านี้น่าจะอยู่บนพื้นฐานที่ว่า แม้ประชาชนจะใส่หน้ากากอนามัน 1-2 ชั้นแล้วก็ยังมีความเสี่ยงถ้าต้องเข้าไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ตลาดนัด จึงต้องพยายามรักษาระดับแอนติบอดีไว้• แพทย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า ในหลายประเทศได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนต่างประเภทกัน ซึ่งถ้าจับคู่ดีๆ ภูมิคุ้มกันอาจดีขึ้นกว่าวัคซีนชนิดเดียว ได้แก่ วัคซีน mRNA กับวัคซีนไวรัลเวคเตอร์, วัคซีนไวรัลเวกเตอร์กับวัคซีนเชื้อตาย และวัคซีนเชื้อตายกับวัคซีน mRNA แต่องค์การอนามัยโลกยังไม่รับรอง เพราะงานวิจัยต่างๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในจำนวนคนไข้ไม่เยอะนัก ยังไม่มีใครศึกษาในคนไข้ที่จำนวนมากพอ องค์การอนามัยโรคกำลังเฝ้าติดตาม ซึ่งเมื่อไหร่ที่งานวิจัยหลากหลายแล้วผลออกมาตรงกัน เชื่อว่าองค์การอนามัยโลกจะตัดสินใจออกนโยบายในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้องค์การอนามัยโรคยังคงแนะนำแบบทั่วไปว่า เข็มหนึ่งฉีดแบบไหน เข็มสองก็ควรฉีดแบบนั้น”ติดตามเพิ่มเติมใน คิดก่อนเชื่อ 
Sep 16, 2021
15 min

งานวิจัยเกี่ยวกับผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าที่ดีนั้น มีการเผยแพร่หรือไม่• ส่วนใหญ่ที่เป็นการเผยแพร่ทางวิชาการนั้นมักเป็นงานระดับพื้นฐานทางชีวเคมีที่ใช้เฉพาะในงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ ส่วนผลการวิจัยที่เกี่ยวกับการซักผ้าในบ้านโดยตรงนั้นดูเหมือนไม่มีการเผยแพร่ คงเนื่องจากเป็นงานวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าของแต่ละบริษัท• มีบทความ เรื่อง The Best Laundry Detergents of 2021 Americans spend billions of dollars every year on laundry detergents. ซึ่งกล่าวนำประมาณว่า ชาวอเมริกันใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ทุกปีเพื่อซื้อผงซักฟอก คนส่วนใหญ่จะซื้อผงซักฟอกเนื่องจากชอบกลิ่น มีคุณสมบัติที่ชอบ หรือบอกตามตรงว่า กำลังลดราคา และจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการทำให้พบว่า น้ำยาซักผ้าบางชนิดสามารถทำความสะอาดได้ดีกว่าแบบอื่นๆ โดยวัดจากความแตกต่างระหว่างการมีคราบเล็กๆ ที่หลงเหลืออยู่บนเสื้อผ้าและความสะอาดแบบไร้ที่ติฟังรายละเอียดเพิ่มเติม ใน คิดก่อนเชื่อ
Sep 15, 2021
15 min

เคยได้รับการเสนอให้ซื้อคลอโรฟิลล์ผงซึ่งเมื่อละลายน้ำแล้วได้น้ำสีเขียวในลักษณะเดียวกับน้ำใบบัวบกหรือไม่• คลอโรฟิลล์ผงซึ่งเรียกว่า คลอโรฟิลลิน (chlorophyllin) เป็นสารเคมีกึ่งสังเคราะห์ที่ดัดแปลงมาจากคลอโรฟิลล์ (chlorophyll) ธรรมชาติที่สกัดออกมาจากใบพืช การดัดแปลงนั้นเป็นการตัดส่วนที่เป็นไฮโดรคาร์บอนซึ่งทำให้คลอโรฟิลล์ไม่ละลายน้ำออกไป เปลี่ยนธาตุแมกนีเซียมที่อยู่ในโมเลกุลไปเป็นธาตุทองแดง และมีการออกซิไดส์บางส่วนของโมเลกุลให้มีการจับตัวกับธาตุโซเดียม ทั้งหมดนี้เป็นการทำให้คลอโรฟิลลินที่ได้ละลายน้ำได้ดี ซึ่งต่างกับน้ำใบบัวบกที่เพียงแขวนลอยในน้ำได้พักหนึ่งก็จะแยกตัว ดังนั้นทุกครั้งที่มีการตักน้ำใบบัวบกใส่แก้วจำต้องมีการคนให้เกิดการกระจายตัวชั่วคราว• ทั้งคลอโรฟิลล์และคลอโรฟิลลินเป็นสารเคมีซึ่งมีโมเลกุลใหญ่และมีอะตอมของโลหะซึ่งมีประจุ จึงไม่สามารถซึมผ่านผนังของทางเดินอาหารได้คลอโรฟิลล์และคลอโรฟิลลิน มีประโยชน์เหมือนกันหรือไม่ และประโยชน์นั้นมาจากอะไร• ประโยชน์นั้นเหมือนกัน เพราะเกิดเนื่องจากโมเลกุลของสารทั้งสองมีส่วนใจกลางที่เรียกว่า วงพอร์ไฟริน (porphyrin ring) ซึ่งเป็นลักษณะที่เหมือนกับใจกลางของฮีโมโกลบินในเลือดของคน ต่างกันที่ใจกลางพอร์ไฟรินของคลอโรฟิลล์เป็นแมกนีเซียม คลอโรฟิลลินเป็นทองแดง และฮีโมโกลบินเป็นเหล็ก ส่วนประโยชน์ของโมเลกุลทั้งสามที่เหมือนกันคือ สามารถจับสารพิษที่มีลักษณะโมเลกุลที่แบนราบ (planar form) เช่น โพลีไซคลิกอะโรเมติกไฮโดรคาร์บอน อะฟลาทอกซิน เพราะวงพอร์ไฟรินนั้นเป็นสารอินทรีย์ที่มีรูปสามมิติที่มีลักษณะแบนราบเช่นกัน คุณสมบัติอย่างหนึ่งทางเคมีของสารที่มีลักษณะดังกล่าวนี้คือ มีแรงดึงดูดอ่อน ๆ ทางกายภาพที่สามารถให้สารสองโมเลกุลที่ต่างกันเข้าจับกันในลักษณะประกบกันได้ดีในระดับหนึ่ง งานวิจัยที่อธิบายด้วยกระบวนการนี้มีมากมายทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันฟังต่อใน คิดก่อนเชื่อ
Sep 14, 2021
18 min

เมื่อซื้อมันฝรั่งมาเก็บไว้ในครัวจนลืม มาพบอีกครั้งคือ มันฝรั่งเริ่มมีสีเขียว ต้นอ่อนเริ่มงอกและมีรากแล้ว สิ่งหลายคนทำคือ ตัดลำต้นและรากทิ้ง จากนั้นก็ปอกเปลือกออกแล้วรีบปรุงเป็นอาหาร พฤติกรรมดังนี้ปลอดภัยหรือไม่• โดยพื้นฐานแล้วผู้บริโภคไม่ควรกินมันฝรั่งที่เปลือกออกสีเขียว ทั้งที่ความจริงสีเขียวนั้นคือ คลอโรฟิลล์ o ปรกติแล้วมันฝรั่งจะมีเปลือกสีกากี (น้ำตาล) แต่ถ้าเริ่มออกสีเขียวเมื่อใด แสดงว่า มันฝรั่งนั้นกำลังเข้าสู่กระบวนการเริ่มงอกแล้ว ซึ่งช่วงนี้มันฝรั่งจะมีสารพิษกลุ่มหนึ่งชื่อ ไกลโคอัลคาลอยด์ (glycoalkaloid) เพิ่มขึ้นo คำว่า Glycoalkaloid นั้น glyco คือ กลุ่มน้ำตาล ส่วน alkaloid คือ สารอินทรีย์กลุ่มที่มีธาตุไนโตรเจนอยู่ภายในโมเลกุล โดยทั่วไปอัลคาลอยด์มักมีฤทธิ์ทางยาหรือสารพิษ ในธรรมชาติจะพบอัลคาลอยด์มากในพืชชั้นสูง ตามส่วนต่าง ๆ ของพืชเช่น ใบ ดอก ผล เมล็ด รากและเปลือก แต่ก็มีบ้างที่เป็นสารพิษจากเชื้อรา เช่น ergot alkaloid ที่เกิดจากราชื่อ Claviceps purpurea ซึ่งเกิดบนข้าวไรน์ที่เกี่ยวหนีหิมะไม่ทัน พืชชนิดอื่นที่มีไกลโคอัลคาลอยด์ เช่น มะเขือเทศและมะเขือต่างๆ • หัวมันฝรั่งที่เริ่มออกสีเขียวนั้น มีสารพิษกลับโคอัลคาลอยด์เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว นอกจากนี้แล้วหัวมันที่ถูกโยนจนช้ำ เก็บในที่อุณหภูมิสูงไป ได้รับแสงแดด หรือมีแมลงเจาะ มักสร้างสารกลัยโคอัลคาลอยด์เพิ่มขึ้น o สมมุติฐานหนึ่งในการสร้างสารพิษนั้นเป็นการเตรียมตัวเพื่อต่อสู้กับแมลงที่จะเข้าโจมตี ประเด็นที่สำคัญคือ เมื่อมีสารพิษเกิดขึ้นใต้เปลือกแล้ว สารพิษนั้นจะซึมไปรอบ การตัดต้นหรือรากทิ้งนั้นไม่ได้ช่วยให้สารพิษหมดไป ทดสอบได้จากการลองชิมดูจะรู้สึกถึงรสขมซึ่งเป็นธรรมชาติของอัลคาลอยด์ทั่วไปการให้ความร้อนแก่มันฝรั่งระหว่างการปรุงอาหารสามารถทำลายไกลโคอัลคาลอยด์ได้หรือไม่• ไกลโคอัลคาลอยด์นั้นเป็นสารที่ค่อนข้างทนความร้อน การปรุงอาหารธรรมดาจึงทำลายได้ไม่มากนัก ในทางอุตสาหกรรม เช่น การทำมันฝรั่งทอดนั้น โดยพื้นฐานแล้วหัวมันจะถูกล้างในเครื่องด้วยน้ำร้อนและลวกไอน้ำ โดยน้ำนั้นอาจมีการปรับให้มีฤทธิ์เป็นด่างเพื่อช่วยในการทำให้เปลือกยุ่ย ง่ายต่อการขัดให้เปลือกหลุดออกไปด้วยเครื่องอัตโนมัติ ดังนั้นสารพิษนี้จึงอาจหลุดละลายไปกับน้ำเป็นบางส่วน แต่ส่วนที่เหลือนั้น จะทอด ต้ม หรือผัดอย่างไร ก็ทำลายไม่ได้มีไกลโคอัลคาลอยด์ในมันฝรั่งดิบสักเท่าไร • โดยปรกติแล้วมีไม่เกิน 10-20 มิลลิกรัม/กิโลกรัมทั้งหัว โดยส่วนใหญ่อยู่ที่เปลือกซึ่ง มากกว่า 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แต่ในมันฝรั่งที่มีสีเขียวแล้วอาจมีไกลโคอัลคาลอยด์ถึง 250–280 มิลลิกรัม/กิโลกรัม โดยส่วนเปลือกที่มีสีเขียวอาจมีถึง 1,500 –2,200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม• อาการทั่วไปที่เกิดจากฤทธิ์ของไกลโคอัลคาลอยด์คือ เป็นไข้ ปวดหัว ปวดท้อง ถ่ายท้อง อาเจียน ชีพจรเบาลง หายใจช้าลง ทั้งนี้เพราะไกลโคอัลคาลอยด์ มีฤทธิ์ทำลายผนังเซลล์ทางเดินอาหาร และเป็นสารพิษต่อระบบประสาทในลักษณะเดียวกับยาฆ่าแมลงชนิดออร์กาโนฟอสเฟตคือ เป็น cholinesterase inhibitor แต่อาการไม่หนักถึงขั้นเสียชีวิตแบบเกษตรกรที่ได้รับสารกำจัดแมลงวิธีการเพื่อลดการเพิ่มของไกลโคอัลคาลอยด์เมื่อซื้อมันฝรั่งมา ทำได้อย่างไร • เก็บมันฝรั่งในที่เย็น (การเก็บที่ 25 องศาเซลเซียสทำให้ไกลโคอัลคาลอยด์เพิ่มเป็น 3 เท่าของการเก็บที่ 7 องศาเซลเซียส)• อย่าให้โดนแสงแดดหรือแสงไฟโดยไม่จำเป็น• ต้องขนส่งอย่างเบามืออย่าให้ช้ำ• ที่สำคัญคือ ต้องอยู่ในภาชนะกันแมลงได้
Sep 13, 2021
16 min
Load more
