ชีวิตของผู้ส่งเคสซับซ้อนมาก แม่เสียชีวิตเมื่ออายุ ๖๗ ปี เตี่ยเสียชีวิตปี ๒๕๐๖ สามีของพี่สาวต่อมาก็มาเป็นสามีของผู้ส่งเคสด้วย คือใช้สามีร่วมกันกับพี่สาว แต่ปัจจุบันสามีคนนี้ไปอยู่กับภรรยาน้อยคนที่ ๓ แล้ว
เตี่ยของผู้ส่งเคสเป็นคนดีประจำหมู่บ้าน ลูกเขย (สามีพี่สาว/ผู้ส่งเคส) เป็นผู้ใหญ่บ้าน สมัยนั้นไม่มีการพนันอบายมุข คนในหมู่บ้านรู้จักและเคารพเตี่ยมาก แต่เตี่ยมีข้อเสียคือชอบตีตกปลา คิดว่าไม่บาปเพราะนำมาทำอาหาร เคยต้มเหล้าเถื่อนขายและดื่มเอง เมาแล้วหลับ ไม่กวนใคร ต่อมาเตี่ยเป็นเกษตรกร ร่วมกับเพื่อนเป็นหัวแรงสร้างวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้านชื่อวัดสกวด ในระหว่างก่อสร้าง เพื่อนได้เสียชีวิต ต่อมาไม่กี่เดือนเตี่ยก็ประสบอุบัติเหตุรถแทรกเตอร์คว่ำเสียชีวิตทันที อายุ ๓๕ ปี การตายที่อนาถทำให้คนร่ำลือว่าคนดียิ่งทำดีมากยิ่งตายเร็ว ซึ่งคุณครูไม่ใหญ่บอกว่าไม่จริง ไม่เกี่ยวกัน แต่ขึ้นอยู่กับวิบากกรรม
ต่อมาแม่แต่งงานใหม่ปี ๒๕๐๗ กับพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงใจร้าย เป็นหัวหน้าการพนัน สอนคนในหมู่บ้านให้เล่นพนันและดื่มเหล้า จนกลายเป็นอาชีพเสริมชาวบ้าน แม่ก็หันมาทำอาชีพนี้เช่นกัน (ปัจจุบันเลิกแล้วหลังจากผู้ส่งเคสเข้าวัด) พ่อเลี้ยงถูกลอบฆ่าโดยถูกลวงให้ดื่มน้ำกรด เขาเป็นนักเลง ตายอย่างอนาถ ก่อนตายไปอยู่กับภรรยาใหม่แล้ว เขายังทิ้งลูกสาวที่เกิดกับแม่ของผู้ส่งเคสไว้ ลูกสาวคนนี้ไม่มีอาชีพ มีแฟนหลายคนจนมีลูก ๔ คน ต่างพ่อกันหมด ให้แม่ต้องเลี้ยงดู แม่เพิ่งจะเดินได้หลังป่วยขาไม่ดี ต้องมารับภาระเลี้ยงหลาน
หลังเตี่ยเสียชีวิต ผู้ส่งเคสกำพร้าเตี่ยตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ น้องชายคนเล็กป่วยแล้วตาย ความอบอุ่นขาดหายไป ผู้ส่งเคสและน้องชายคนรองถูกพรากจากอกแม่ไปอยู่กับอาที่อยุธยาตอนผู้ส่งเคสอายุ ๙ ขวบ น้องชาย ๗ ขวบ คุณอาและคุณย่าใจร้าย ไม่เคยคิดถึงหัวอกเด็ก ใช้แต่อารมณ์ ผู้ส่งเคสถูกซ้อมเป็นประจำ รู้สึกเหมือนอยู่ในนรก วางแผนหนีกับพี่สาว (ที่มาอยู่กับอาตั้งแต่แบเบาะ) น้องชายหนีไปก่อนแล้วเพราะทนไม่ไหว การหนีบางครั้งไม่สำเร็จก็ถูกจับกลับมาซ้อมอีก ทารุณ ต่อมาพี่สาวหนีสำเร็จ ผู้ส่งเคสหนีไม่รอดจึงถูกทรมาน ซ้อมอยู่คนเดียว โชคดีที่เตี่ยมาเข้าฝันคุณอาให้ส่งเสียเรียน จนเรียนจบวิทยาลัยครู ตั้งใจจะเป็นครูที่โคราชอยู่กับลุง (พี่ชายเตี่ย) ซึ่งใจดี
แล้วพี่สาวที่หนีไปได้ก็ชวนผู้ส่งเคสไปอยู่ด้วยที่ระนอง โดยให้เหตุผลว่าจะได้ไม่ลำบากลุง ผู้ส่งเคสก็ตายใจไปอยู่ด้วย แต่เป็นแผนของพี่สาวที่จะเอาผู้ส่งเคสไปเป็นภรรยาของสามีเธอเอง ในขณะที่ผู้ส่งเคสตั้งท้อง พี่สาวก็หนีไปโดยอ้างว่าธุรกิจล้มเหลว ญาติเข้าใจว่าผู้ส่งเคสมาแย่งสามีพี่สาว ทำให้ผู้ส่งเคสต้องรับภาระและความผิดแต่ผู้เดียว ไม่ปริปากบอกใครเพราะรักพี่สาว ผู้ส่งเคสอยู่กับสามีอย่างทรมาน แม้ตั้งท้องอ่อนๆ สามีก็ทารุณทั้งร่างกาย คำพูด จิตใจ แต่ก็มีลูกด้วยกัน ๒ คน (หญิง ๑ ชาย ๑) เคยคิดฆ่าตัวตายขณะท้องลูกชาย โดยกินยาฆ่าแมลงเข้าไปมากแต่ไม่ตาย เลยต้องทรมานต่อไป
ต่อมาผู้ส่งเคสวางแผนตามพี่สาวกลับมาได้สำเร็จ แล้วผู้ส่งเคสก็หนีแทน หนีหลายรอบ ครั้งสุดท้ายหนีจากโรงพยาบาลทั้งที่มีรอยเย็บแผลที่ใบหน้า หนีมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ มาขายขนม ตื่นเช้ามืดทำขนมไปขายตามถนน โดยมีลูก ๒ คนเดินตาม เหนื่อยหามรุ่งหามค่ำ ขายทุกอย่างทั้งขนม ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ทั้งวันทั้งคืน บ่อยครั้งคิดน้อยใจอยากมีอาชีพไม่ดี แต่รักลูกและห่วงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลจึงไม่ทำ พี่สาวและสามียังคงตามหา จนตามมาเจอครั้งสุดท้ายได้ขโมยลูกสาวและลูกชายกลับระนองไป พรากแม่ลูกให้จากกัน ตอนนั้นลูกชายอายุเพียง ๑๘ เดือน ผู้ส่งเคสอายุ ๒๕ ปี เสียใจมากแทบเสียสติ ต่อมาตั้งเนื้อตั้งตัว ระหกระเหิน จนตั้งร้านอาหารได้ เริ่มศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม แต่งงานกับคนอังกฤษและตัดสินใจมาอยู่ด้วยตอนอายุ ๓๘ ปี
spotify : คลิกที่นี่
Apple podcast : คลิกที่นี่
Youtube : กฎแห่งกรรม จากโรงเรียนอนุบาล ฝันในฝันวิทยา - YouTube



